<?php
$sql ="select * from student order by id asc ";
$query=mysql_query($sql) or die(mysql_error());
$num=mysql_num_rows($query);
echo $num;
?>
จงอธิบายคำสั่งแต่ละบรรทัดต่อไปนี้ ในบทความผ่านบล๊อกของนักเรียน
<?php
$sql ="select * from student หมายถึง เลือกตาราง student
order by id asc "; หมายถึง เรียงลำดับ id
จากน้อยไปมากที่สุด
$query=mysql_query($sql) คือ ใช้ในการส่ง MySQL query ให้ server ทำการประมวลผล
die(mysql_error()); ใช้ตรวจสอบว่า error หรือปล่าว
$num=mysql_num_rows($query); หาจำนวนแถว
echo $num; แสดงข้อความ
?>
สถานที่ท่องเที่ยว
วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
<?php
echo 'SCORE';
$score=70;
if($score<50){echo 'grade 0';}
else if($score<55){echo 'grade 1';}
else if($score<60){echo 'grade 1.5';}
else if($score<65){echo 'grade 2';}
else if($score<70){echo 'grade 2.5';}
else if($score<75){echo 'grade 3';}
else if($score<80){echo 'grade 3.5';}
else {echo 'grade 4';}?>
วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556
มัลดีฟท์ เมืองไทย
ถ้าเอ่ยถึงชื่อ "มัลดีฟส์" หรือ "มัลดีฟ" เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงภาพที่ตัวเองได้ไปยืนมองท้องทะเลกว้างใหญ่ น้ำใสแจ๋ว ตัดกับท้องฟ้าสีคราม หรือนอนเปลญวนฟังเสียงคลื่นเพลิน ๆ จิบน้ำมะพร้าวหวาน ๆ มีแสงแดดและสายลมเป็นเพื่อนอย่างแน่นอน (จริงไหม) ก็แหม...สาธารณรัฐมัลดีฟส์ (Maldives) เป็นประเทศหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ถูกล้อมรอบด้วยท้องทะเลและท้องฟ้าสีคราม เหมือนดั่งสรวงสรรค์บนมหาสมุทร จนถูกขนานนามว่า...ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย ใครหลาย ๆ คนอยากไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง
อ๊ะ ๆ แต่สำหรับนักเดินทางผู้มีเวลาน้อย โอกาสไม่เอื้ออำนวย หรืองบในกระเป๋าไม่ค่อยเบ่งบาน ก็ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงต่างแดน เพราะในประเทศไทยเราเองก็มีทะเลสวย ๆ ที่น่าหลงใหลชวนให้ไปเยือนอยู่มากมายหลายแห่ง ดังนั้น กระปุกท่องเที่ยวเลยจะมาชวนเพื่อน ๆ ลองไปเที่ยวสถานที่ที่เขาบอกกันว่ามันคือ มัลดีฟส์เมืองไทย กันดูบ้าง เพราะแต่ละที่ก็สวยงามไม่แพ้ใคร อ๊ะ ๆ แต่ มัลดีฟส์เมืองไทย จะมีที่ไหนบ้างนั้น ลองไปดูกันเลยจ้า โดยเริ่มที่...
จังหวัดกาญจนบุรี
ถึงแม้ว่าจังหวัดกาญจนบุรีจะไม่ได้อยู่ติดกับทะเล แต่ด้วยความงดงามของเขื่อนศรีนครินทร์ บริเวณเหนือสันเขื่อนที่มีทิวทัศน์สวยงาม น้ำใส มีวิวของขุนเขาเคล้าสายหมอกให้ชม บวกกับอากาศที่แสนบริสุทธิ์เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ จึงทำให้ที่พักบริเวณเขื่อนศรีนครินทร์ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนแพลอยน้ำ ถูกขนานนามว่าเป็น มัลดีฟส์เมืองไทย หรือที่เรียกกันติดปากว่า มัลดีฟส์น้ำจืดในเมืองไทย ณ เขื่อนศรีนครินทร์ ที่น่าไปแวะไปเยี่ยมเยือนดูบ้าง
โดยเฉพาะกับ เลค เฮฟเว่น รีสอร์ท แอนด์ ปาร์ค และ รักน้ำรีสอร์ท ที่พักสุดฮอตที่ถูกเล่าขานกันปากต่อปากถึงความงามของบรรยากาศ ผสมผสานกับห้องพักในสไตล์มัลดีฟส์
สำหรับ Lake Heaven Resort & Park เป็นที่พักบนแพลอยน้ำแบบส่วนตัว เหมาะกับคนที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ท่ามกลางสายน้ำ แสดแดด ขุนเขา และการผจญภัย เพราะมีกิจกรรมที่หลากหลายให้เลือกทำ เช่น ล่องเรือยอร์ช กินลมชมวิวระหว่างน่านน้ำทะเลสาบ สนุกกับเรือเร็วเจ็ตสกี เครื่องเล่นทางน้ำนานาชนิด รวมทั้งสนามฝึกขับ พร้อมเส้นทางท่องเที่ยวผจญภัยของรถ ATV และรถ BUGGY ที่จะพาคุณลุยไปสัมผัสกับอีกด้านหนึ่งของชีวิต พร้อมสัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ ผืนน้ำกว้างใหญ่ และธรรมชาติในทะเลสาบเหนือเขื่อนศรีนครินทร์
โดยมีบ้านพักให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้ง เรือนพัก ลีลาวดี ซึ่งเป็นเรือนพักแฝดริมทะเลสาบ หรูสบายด้วยบรรยากาศส่วนตัว ท่ามกลางธรรมชาติ พิเศษกว่าด้วยห้องอาบน้ำที่เลือกได้ ไม่ว่าจะเป็น อ่างธาราบำบัดหรือตู้อบไอน้ำ ซึ่งจะทำให้คุณได้สัมผัสความผ่อนคลายอย่างแท้จริง, แพพักศรีชงโค บ้านเรือนไม้สัก ที่เน้นความสวยงาม กะทัดรัด เหมาะสำหรับคู่รัก มีพื้นที่ใช้สอยครบทุกความต้องการ พร้อมทั้งระเบียงที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้สบายตา
แพลัดดาวัลย์ 1 บ้านพักหลังใหญ่ สำหรับหมู่คณะ ขนาด 18 ท่าน บ้านพักมี 9 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก, แพลัดดาวัลย์ 2 บ้านพักหลังใหญ่ สำหรับครอบครัวใหญ่ขนาด 10 ท่าน ภายในประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และระเบียงให้เปิดรับลม และแพแสงจันทร์ บ้านพักหลังขนาด 15 ท่าน บ้านเป็นไม้สักที่เน้นความสวยงาม กะทัดรัด เหมาะสำหรับครอบครัวที่มาแบบหมู่คณะ มีพื้นที่ใช้สอยครบทุกความต้องการ พร้อมทั้งระเบียงที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้สบายตา ฯลฯ ที่อยู่ : 241 หมู่ 5 ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
โทรศัพท์ : 08 4387 6771, 08 4387 6773
เว็บไซต์ : www.lakeheaven.com และ เฟซบุ๊ก LakeHeavenResort
ราคา : สอบถามกับทางรีสอร์ท หรือดูที่ www.lakeheaven.com
ขณะที่ รักน้ำรีสอร์ท เป็นรีสอร์ทหรูสไตล์มัลดีฟส์ ตั้งอยู่เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งมีที่พักให้เลือกทั้งบนพื้นดินและบนแพลอยน้ำขนาดใหญ่ บริเวณกว้างขวาง ท่ามกลางความเป็นธรรมชาติ ถูกตกแต่งด้วยวัสดุอย่างดีและทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกบริการตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีอินเทอร์เน็ตพร้อมให้บริการสำหรับผู้เข้าพัก ทางด้านกิจกรรมสนุก ๆ ที่นี่ก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำ, เจ็ตโบ๊ท, เจ็ตสกี, เรือพาย, เรือกล้วย, บริการนำเที่ยวน้ำตก, แพอาหารลากรอบเกาะ
ส่วนบรรยากาศธรรมชาติของ รักน้ำรีสอร์ท ในทะเลสาบเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ อากาศบริสุทธิ์ยามเช้าท้องฟ้าสวยงามยามเย็น เนินเขาที่อุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ใหญ่ สวนดอกไม้ และพื้นหญ้าเขียวขจี ผืนน้ำกว้างใหญ่เหมาะสำหรับการเดินทางมาพักผ่อน และเดินทางชมสถานที่ท่องเที่ยวในเขตจังหวัดกาญจนบุรี ใช้เวลาเดินทางไม่มาก ระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก
สำหรับห้องพักที่ถือเป็นไฮไลท์จนถูกเรียกว่ามัลดีฟส์เมืองไทยนั้น ก็มีเลือกตามความชอบ ทั้งบ้านมัลดีฟส์แฝด บ้านพักลอยน้ำ เข้าพักได้ 4 ท่าน, บ้านมัลดีฟส์เดี่ยว บ้านพักลอยน้ำ เข้าพักได้ 2 ท่าน และบ้านภูผา บ้านพักเชิงเขา เข้าพักได้ 2 ท่าน
ที่อยู่ : 259 หมู่ที่ 5 ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
โทรศัพท์ : 0 3469 6212, 0 3469 6213, 08 6014 2352, 08 9926 8542, 08 9896 7546
เว็บไซต์ : ruknamresort.com
ราคา : สอบถามกับทางรีสอร์ท หรือดูที่ ruknamresort.com
เกาะพยาม จังหวัดระนอง
นอกจากกาญจนบุรีแล้ว เกาะพยาม จังหวัดระนอง ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ถูกตั้งฉายาว่าเป็น มัลดีฟส์เมืองไทย อาจเพราะเป็นที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในมุมเล็ก ๆ ของจังหวัดระนอง จึงทำให้มีบรรยากาศที่นี่เงียบสงบ แถมเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะที่น่าหลงใหล อีกทั้งเกาะพยามยังมีความเป็นธรรมชาติแบบดั้งเดิม ยังไม่มีแสงสีปรุงแต่งมากนัก ตอนกลางของเกาะเป็นภูเขา มีป่าไม้และสัตว์ป่า ประเภท นก ลิง และหมูป่า พื้นที่บางส่วนเป็นสวน ชาวบ้านบนเกาะมีอาชีพทำสวน มะพร้าว สวนยาง และสวนกาหยู ลักษณะรอบ ๆ ชายฝั่งเป็นอ่าวสลับกับโขดหิน และหาดทราย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความเจริญเพื่อมาพักใจอย่างแท้จริง
ด้านฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นด้านหน้าเกาะพยาม มี อ่าวไผ่ อยู่เหนือสุด ถัดมาเป็น อ่าวหินขาว ลงมาอีกหน่อยบริเวณ อ่าวแม่หม้าย ใกล้ ๆ กันมี วัดเกาะพยาม มีสะพานเดินไปสู่โบสถ์ที่ยื่นลงไปในทะเล ติดกันเป็นสะพานท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ของเกาะพยาม ซึ่งจะมีเรือประมงของชาวบ้านมาจอดพัก ส่วนฝั่งตะวันตกของเกาะพยามที่หันหน้าเข้าสู่ทะเลอันดามัน เหนือสุดเป็นโขดหิน ถัดพ้นลงมาเป็น อ่าวเขาควาย อ่าวที่มีหาดทรายกว้างทอดยาวโค้งเหมือนเขาควายกว่า 4 กิโลเมตร วกลงมาทางใต้ผ่านโขดหินลงผ่าน แหลมหรั่ง ลงมาถึง อ่าวใหญ่ ชายหาดของอ่าวถูกแบ่งเป็นสองส่วนโดยลำคลองเล็กๆ หาดทรายขาวอ่าวใหญ่เป็นหาดทรายกว้างแบบเดียวกัน กับหาดทรายของ อ่าวเขาควาย
เกาะพยาม นี้ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ถ้าต้องการปลีกวิเวกและอยากให้วันพักผ่อนเป็นวันอันสงบอย่างแท้จริงมาที่ เกาะพยามรับรองไม่ผิดหวัง อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งที่ทำให้เกาะพยามกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นนอกเหนือจากบรรยากาศที่เสมือนมัลดีฟส์เมืองไทย คงหนีไม่พ้น The Blue Sky Resort รีสอร์ทชิล ๆ สไตล์มัลดีฟส์ ซึ่งนับเป็นรีสอร์ทอินเทรนด์ที่หลายคนกล่าวถึง และอยากไปมากที่สุดรีสอร์ทหนึ่งในเวลานี้
อ๊ะ ๆ แต่สำหรับนักเดินทางผู้มีเวลาน้อย โอกาสไม่เอื้ออำนวย หรืองบในกระเป๋าไม่ค่อยเบ่งบาน ก็ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงต่างแดน เพราะในประเทศไทยเราเองก็มีทะเลสวย ๆ ที่น่าหลงใหลชวนให้ไปเยือนอยู่มากมายหลายแห่ง ดังนั้น กระปุกท่องเที่ยวเลยจะมาชวนเพื่อน ๆ ลองไปเที่ยวสถานที่ที่เขาบอกกันว่ามันคือ มัลดีฟส์เมืองไทย กันดูบ้าง เพราะแต่ละที่ก็สวยงามไม่แพ้ใคร อ๊ะ ๆ แต่ มัลดีฟส์เมืองไทย จะมีที่ไหนบ้างนั้น ลองไปดูกันเลยจ้า โดยเริ่มที่...
จังหวัดกาญจนบุรี
ถึงแม้ว่าจังหวัดกาญจนบุรีจะไม่ได้อยู่ติดกับทะเล แต่ด้วยความงดงามของเขื่อนศรีนครินทร์ บริเวณเหนือสันเขื่อนที่มีทิวทัศน์สวยงาม น้ำใส มีวิวของขุนเขาเคล้าสายหมอกให้ชม บวกกับอากาศที่แสนบริสุทธิ์เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ จึงทำให้ที่พักบริเวณเขื่อนศรีนครินทร์ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนแพลอยน้ำ ถูกขนานนามว่าเป็น มัลดีฟส์เมืองไทย หรือที่เรียกกันติดปากว่า มัลดีฟส์น้ำจืดในเมืองไทย ณ เขื่อนศรีนครินทร์ ที่น่าไปแวะไปเยี่ยมเยือนดูบ้าง
โดยเฉพาะกับ เลค เฮฟเว่น รีสอร์ท แอนด์ ปาร์ค และ รักน้ำรีสอร์ท ที่พักสุดฮอตที่ถูกเล่าขานกันปากต่อปากถึงความงามของบรรยากาศ ผสมผสานกับห้องพักในสไตล์มัลดีฟส์
สำหรับ Lake Heaven Resort & Park เป็นที่พักบนแพลอยน้ำแบบส่วนตัว เหมาะกับคนที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ท่ามกลางสายน้ำ แสดแดด ขุนเขา และการผจญภัย เพราะมีกิจกรรมที่หลากหลายให้เลือกทำ เช่น ล่องเรือยอร์ช กินลมชมวิวระหว่างน่านน้ำทะเลสาบ สนุกกับเรือเร็วเจ็ตสกี เครื่องเล่นทางน้ำนานาชนิด รวมทั้งสนามฝึกขับ พร้อมเส้นทางท่องเที่ยวผจญภัยของรถ ATV และรถ BUGGY ที่จะพาคุณลุยไปสัมผัสกับอีกด้านหนึ่งของชีวิต พร้อมสัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ ผืนน้ำกว้างใหญ่ และธรรมชาติในทะเลสาบเหนือเขื่อนศรีนครินทร์
โดยมีบ้านพักให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้ง เรือนพัก ลีลาวดี ซึ่งเป็นเรือนพักแฝดริมทะเลสาบ หรูสบายด้วยบรรยากาศส่วนตัว ท่ามกลางธรรมชาติ พิเศษกว่าด้วยห้องอาบน้ำที่เลือกได้ ไม่ว่าจะเป็น อ่างธาราบำบัดหรือตู้อบไอน้ำ ซึ่งจะทำให้คุณได้สัมผัสความผ่อนคลายอย่างแท้จริง, แพพักศรีชงโค บ้านเรือนไม้สัก ที่เน้นความสวยงาม กะทัดรัด เหมาะสำหรับคู่รัก มีพื้นที่ใช้สอยครบทุกความต้องการ พร้อมทั้งระเบียงที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้สบายตา
แพลัดดาวัลย์ 1 บ้านพักหลังใหญ่ สำหรับหมู่คณะ ขนาด 18 ท่าน บ้านพักมี 9 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก, แพลัดดาวัลย์ 2 บ้านพักหลังใหญ่ สำหรับครอบครัวใหญ่ขนาด 10 ท่าน ภายในประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และระเบียงให้เปิดรับลม และแพแสงจันทร์ บ้านพักหลังขนาด 15 ท่าน บ้านเป็นไม้สักที่เน้นความสวยงาม กะทัดรัด เหมาะสำหรับครอบครัวที่มาแบบหมู่คณะ มีพื้นที่ใช้สอยครบทุกความต้องการ พร้อมทั้งระเบียงที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้สบายตา ฯลฯ ที่อยู่ : 241 หมู่ 5 ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
โทรศัพท์ : 08 4387 6771, 08 4387 6773
เว็บไซต์ : www.lakeheaven.com และ เฟซบุ๊ก LakeHeavenResort
ราคา : สอบถามกับทางรีสอร์ท หรือดูที่ www.lakeheaven.com
ขณะที่ รักน้ำรีสอร์ท เป็นรีสอร์ทหรูสไตล์มัลดีฟส์ ตั้งอยู่เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งมีที่พักให้เลือกทั้งบนพื้นดินและบนแพลอยน้ำขนาดใหญ่ บริเวณกว้างขวาง ท่ามกลางความเป็นธรรมชาติ ถูกตกแต่งด้วยวัสดุอย่างดีและทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกบริการตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีอินเทอร์เน็ตพร้อมให้บริการสำหรับผู้เข้าพัก ทางด้านกิจกรรมสนุก ๆ ที่นี่ก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำ, เจ็ตโบ๊ท, เจ็ตสกี, เรือพาย, เรือกล้วย, บริการนำเที่ยวน้ำตก, แพอาหารลากรอบเกาะ
ส่วนบรรยากาศธรรมชาติของ รักน้ำรีสอร์ท ในทะเลสาบเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ อากาศบริสุทธิ์ยามเช้าท้องฟ้าสวยงามยามเย็น เนินเขาที่อุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ใหญ่ สวนดอกไม้ และพื้นหญ้าเขียวขจี ผืนน้ำกว้างใหญ่เหมาะสำหรับการเดินทางมาพักผ่อน และเดินทางชมสถานที่ท่องเที่ยวในเขตจังหวัดกาญจนบุรี ใช้เวลาเดินทางไม่มาก ระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก
สำหรับห้องพักที่ถือเป็นไฮไลท์จนถูกเรียกว่ามัลดีฟส์เมืองไทยนั้น ก็มีเลือกตามความชอบ ทั้งบ้านมัลดีฟส์แฝด บ้านพักลอยน้ำ เข้าพักได้ 4 ท่าน, บ้านมัลดีฟส์เดี่ยว บ้านพักลอยน้ำ เข้าพักได้ 2 ท่าน และบ้านภูผา บ้านพักเชิงเขา เข้าพักได้ 2 ท่าน
ที่อยู่ : 259 หมู่ที่ 5 ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
โทรศัพท์ : 0 3469 6212, 0 3469 6213, 08 6014 2352, 08 9926 8542, 08 9896 7546
เว็บไซต์ : ruknamresort.com
ราคา : สอบถามกับทางรีสอร์ท หรือดูที่ ruknamresort.com
เกาะพยาม จังหวัดระนอง
นอกจากกาญจนบุรีแล้ว เกาะพยาม จังหวัดระนอง ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ถูกตั้งฉายาว่าเป็น มัลดีฟส์เมืองไทย อาจเพราะเป็นที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในมุมเล็ก ๆ ของจังหวัดระนอง จึงทำให้มีบรรยากาศที่นี่เงียบสงบ แถมเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะที่น่าหลงใหล อีกทั้งเกาะพยามยังมีความเป็นธรรมชาติแบบดั้งเดิม ยังไม่มีแสงสีปรุงแต่งมากนัก ตอนกลางของเกาะเป็นภูเขา มีป่าไม้และสัตว์ป่า ประเภท นก ลิง และหมูป่า พื้นที่บางส่วนเป็นสวน ชาวบ้านบนเกาะมีอาชีพทำสวน มะพร้าว สวนยาง และสวนกาหยู ลักษณะรอบ ๆ ชายฝั่งเป็นอ่าวสลับกับโขดหิน และหาดทราย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความเจริญเพื่อมาพักใจอย่างแท้จริง
ด้านฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นด้านหน้าเกาะพยาม มี อ่าวไผ่ อยู่เหนือสุด ถัดมาเป็น อ่าวหินขาว ลงมาอีกหน่อยบริเวณ อ่าวแม่หม้าย ใกล้ ๆ กันมี วัดเกาะพยาม มีสะพานเดินไปสู่โบสถ์ที่ยื่นลงไปในทะเล ติดกันเป็นสะพานท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ของเกาะพยาม ซึ่งจะมีเรือประมงของชาวบ้านมาจอดพัก ส่วนฝั่งตะวันตกของเกาะพยามที่หันหน้าเข้าสู่ทะเลอันดามัน เหนือสุดเป็นโขดหิน ถัดพ้นลงมาเป็น อ่าวเขาควาย อ่าวที่มีหาดทรายกว้างทอดยาวโค้งเหมือนเขาควายกว่า 4 กิโลเมตร วกลงมาทางใต้ผ่านโขดหินลงผ่าน แหลมหรั่ง ลงมาถึง อ่าวใหญ่ ชายหาดของอ่าวถูกแบ่งเป็นสองส่วนโดยลำคลองเล็กๆ หาดทรายขาวอ่าวใหญ่เป็นหาดทรายกว้างแบบเดียวกัน กับหาดทรายของ อ่าวเขาควาย
เกาะพยาม นี้ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ถ้าต้องการปลีกวิเวกและอยากให้วันพักผ่อนเป็นวันอันสงบอย่างแท้จริงมาที่ เกาะพยามรับรองไม่ผิดหวัง อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งที่ทำให้เกาะพยามกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นนอกเหนือจากบรรยากาศที่เสมือนมัลดีฟส์เมืองไทย คงหนีไม่พ้น The Blue Sky Resort รีสอร์ทชิล ๆ สไตล์มัลดีฟส์ ซึ่งนับเป็นรีสอร์ทอินเทรนด์ที่หลายคนกล่าวถึง และอยากไปมากที่สุดรีสอร์ทหนึ่งในเวลานี้
สระมรกต
ไปเที่ยวจังหวัดกระบี่คุณนึกถึงอะไร? เกาะพีพี เกาะไผ่ น้ำตก ฯลฯ แต่รู้หรือไม่ว่าที่จังหวัดกระบี่ มีความงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมา ให้เราได้เข้าไปชมความงามอย่าง "สระมรกต" ซึ่งสระแห่งนี้กำเนิดเกิดขึ้นมาจากธารน้ำอุ่น ในผืนป่าที่ราบต่ำภาคใต้ เป็นน้ำพุร้อนโดยลักษณะของสระน้ำร้อน 3 สระ ได้แก่ สระแก้ว สระมรกต และสระน้ำผุด มีความงดงามมาก น้ำใสเป็นสีเขียวมรกต อุณหภูมิของน้ำอยู่ที่ 30-50 องศาเซลเซียส
ในบริเวณสระมรกตแห่งนี้อุดมไปด้วยป่าร่มรื่น มีพรรณไม้ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เหมาะแก่การเดินดูศึกษาธรรมชาติ โดยเส้นทางการศึกษาธรรมชาติแห่งนี้มีชื่อว่า "เส้นทางศึกษาธรรมชาติทีนา โจลิฟฟ์ (ทุ่งเตียว)" ซึ่งเป็นการตั้งชื่อตามชาวอังกฤษที่เป็นผู้ริเริ่มเส้นทางศึกษาธรรมชาติแห่งนี้ มีระยะทางประมาณ 2.7 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางการเดินศึกษาธรราติ เราจะได้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากป้ายสื่อความหมาย ที่ติดเอาไว้ตามระยะทาง เพื่อให้นักเดินทางศึกษาได้ด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ป่าแห่งนี้ยังมีนกหายากให้เราได้ชม เช่น นกแต้วแร้วทองดำ นกกระเต็นสร้อยคำสีน้ำตาล และนกเงือกดำ เส้นทางศึกษาจะมีจุดเริ่มต้นที่ระยะก่อนถึงสระมรกต ของเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ประมาณ 800 เมตร ลักษณะเป็นป่าที่ราบต่ำทางภาคใต้ของไทย และป่าเป็นป่าดิบชื้น
หากลองปรบมือจะเห็นว่าน้ำผุดขึ้นมาตามเสียงปรบมือ แต่จะต้องทำเมื่ออยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่เท่านั้น หากทำกันเป็นจำนวนมากและบ่อยครั้ง อาจจะเป็นการก่อกวนธรรมชาติได้ ความสวยงามของบ่อผุด จึงก่อให้เกิดเป็นสระมรกต และเป็นต้นกำเนิดของธารน้ำต่าง ๆ ให้เราได้เข้าไปชื่นชมความงามทางธรรมชาติ
การเดินทางมาสระมรกต ขับรถออกมาจากอำเภอเมืองกระบี่ประมาณ 45 กิโลเมตร ไปตามถนเพชรเกษม (กระบี่-ตรัง) เมื่อถึงเขตอำเภอคลองท่อมสังเกตแยกซ้ายเข้า ถนนสุขาภิบาล 2 จะมองเห็นจากป้ายบอกทางเป็นระยะ ๆ ตรงที่ว่าการอำเภอคลองท่อมไปอีกประมาณ 15 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 4038 แล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนรพช. และตามป้ายบอกทางไปจะพบน้ำตกร้อน และสระมรกต
ทั้งนี้ ถ้าไปเที่ยวสระมรกต น้ำตกร้อน อย่าลืมเตรียมชุดไปแช่น้ำอุ่นด้วย โดยเฉพาะที่น้ำตกร้อน มีพื้นที่ที่เป็นอ่างน้ำธรรมชาติ นอนแช่ได้สบายตัว ควรไปในวันธรรมดาเพื่อหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
วัดสีชมพู (วัดเขาทุเรียน)
“วัดสีชมพู” หรือ “วัดเขาทุเรียน” ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาพระ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ห่างจากตัวจังหวัด ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเขาทุเรียน ฟังจากชื่อวัดคงพอจินตนาการตามได้นะครับว่าเป็นวัดที่มีสีชมพู
เที่ยววัดสีชมพู (วัดเขาทุเรียน) สุดยอดส้วมระดับประเทศ
เรียบเรียงข้อมูลโดย อะเมสซิ่งไทยทัวร์
ก่อนอื่นก็ต้องอธิบายเพิ่มเติมก่อนเลยว่า การแวะเที่ยวสถานที่แห่งนี้ มาโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องด้วยสิ่งที่แอดมินตั้งใจไว้คือมาเที่ยวน้ำตกสาริกาและไหว้พระพิฆเนศ ณ อุทยานพระพิฆเนศ เหตุผลหลักคือ เจอป้ายโฆษณาวัดสีชมพู สุดยอดส้วมระดับประเทศที่ติดไว้ในบริเวณอุทยานพระพิฆเนศ ก็เลยอยากรู้ว่าเป็นยังไงก็เลยชวนเพื่อนๆ ที่มาเที่ยวด้วยกัน ไปชมสถานที่แห่งนี้
เที่ยววัดสีชมพู (วัดเขาทุเรียน) สุดยอดส้วมระดับประเทศ
สิ่งแรกที่มาถึงวัดนี้ จะพบกับตัวอาคารที่ตกแต่งด้วยสีชมพูและมีป้ายสุดยอดส้วมแห่งปี 2552 เมื่อเข้าไปจะพบกับการประดับตกแต่งด้วยดอกไม้บริเวณหน้าห้องน้ำ อีกทั้งยังมีมุมสุขภาพให้ท่านได้ผ่านคลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินนวดเท้าบนกะลาและอุปกรณ์สำหรับนวดเท้าอื่นๆ ที่จัดไว้ให้ผู้เยี่ยมชมได้ใช้บริการ ภายในห้องน้ำมีการติดแอร์ โดยบริเวณห้องน้ำจะมีการแยกสัดส่วนที่ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำชาย ห้องน้ำหญิง และห้องน้ำผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เป็นห้องน้ำที่ดูสะอาดและแปลกตากว่าห้องน้ำปกติที่เคยเห็นตามสถานที่ทั่วไป
น้ำตกเอราวัณ
น้ำตกเอราวัณ เป็นอีกน้ำตกหนึ่งที่ขึ้นชื่อของ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นน้ำตกที่สวยงามบนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ มีระยะทางยาวประมาณ 1,500 เมตรติดต่อกัน เดิมมีชื่อว่า "น้ำตกสะด่องม่องลาย"ตามชื่อลำห้วยม่องลายซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตก แต่ด้วยลักษณะน้ำตกชั้นที่ 7 ของที่นี่มีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ 3 เศียร จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ น้ำตกเอราวัณ ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเป็นอย่างดี
น้ำตกเอราวัณ นี้มีด้วยกันทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นจะมีชื่อที่คล้องจองกัน เริ่มจาก...
น้ำใสสะท้อนแสงเป็นสีฟ้าอมเขียวมรกตคล้ายสระว่ายน้ำ ในแต่ละชั้นของน้ำตกจะมี ปลาพลวง (ปลาน้ำจืดในตระกูลปลาตะเพียน ลำตัวสีน้ำตาลเขียวเกล็ดโต มีหนวดยาว 2 คู่ ชอบอาศัยบริเวณธารน้ำตก ลำห้วย หรือลำธารที่ใสสะอาด) แหวกว่ายอยู่ แต่ในชั้นที่มีมากก็เห็นจะเป็นชั้นที่ 2 คือ วังมัจฉา
โดยแต่ละชั้นของ น้ำตกเอราวัณ จะมีลักษณะเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ มีระยะทางประมาณ 1,060 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เดินผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม ท่านจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินในการชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง
ใครที่ต้องการสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติ น้ำตกเอราวัณ คงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม
Tips
ดอยอินทนนท์
ถ้าจะพูดถึงสถานที่ที่นักเดินทาง ทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น อยากจะไปสัมผัสให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ชื่อของ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ หรือ ดอยอินทนนท์ ก็น่าจะอยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ เพราะไม่ว่าจะรักการเที่ยวแบบชิลล์ ๆ หรือลุย ๆ สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งนี้ ก็พร้อมต้อนรับด้วยความงดงามของธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความอุดมสมบูรณ์ของ ป่าใหญ่ดึกดำบรรพ์ (Old growth forest) สภาพอากาศที่หนาวเย็นและชุ่มฉ่ำตลอดทั้งปี ทำให้มีมอส เฟิร์นและพืชอิงอาศัย (epiphyte) ชนิดอื่น ๆ ขึ้นปกคลุมตามลำต้นอย่างหนาแน่น ใครที่เดินทางมาเที่ยวจะต้องประทับใจกับสีสันของใบไม้ป่าผลัดใบ ที่กำลังจะผลัดใบในช่วงปลายปี
ส่วนต้นปี ดอกไม้นานาชนิดก็บานสะพรั่งอดไม่ได้ที่จะกดชัตเตอร์ฝากภาพสวย ๆ ฝากเพื่อน หรือจะเลือกชมความโล่งของป่าทุ่งหญ้าหรือไร่ร้าง หน้าผาอันสูงชัน ทำให้มองเห็นสภาพภูมิประเทศได้กว้างไกล เป็นแหล่งที่อยู่ที่สำคัญของกวางผาและนกชนิดต่าง ๆ ก็สนุกไม่แพ้กัน
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่อยู่ในท้องที่อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม กิ่งอำเภอดอยหล่อ และอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ สามารถเข้าถึงได้โดยใช้เส้นทาง เชียงใหม่-ฮอด (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108) ไปยังอำเภอจอมทอง 50 กม. ระยะทางประมาณ 50 กม. เลี้ยวขวาตามถนนสาย จอมทอง-ดอยอินทนนท์ (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009) ประมาณ 8 กม. ก็จะเริ่มเข้าเขตอุทยานแห่งชาติที่บริเวณน้ำตกแม่กลาง และตัดขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์เป็นระยะทางทั้งหมด 49.8 กม. ที่ทำการอุทยานแห่งชาติจะตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 31
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)













.jpg)


